FaceTicket | Fast-Track to Destination

Solve mass problem with new Business Model

“การแก้ปัญหามวลชนด้วยโมเดลธุรกิจใหม่ เกิดจากความต้องการจริงของการเข้าถึงตั๋วบริการ ที่จำเป็นต้องไปซื้อยังสถานที่ขายตั๋วซึ่งก็มีข้อจำกัดเรื่องเวลาในการจำหน่ายตั๋ว FaceTicket นั้นผู้ซื้อสามารถออกตั๋วได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่และยังมีลูกเล่นในการใช้ใบหน้าของตนเองเป็นใบเบิกทางระบุสิทธิ์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน”

FaceTicket คำนี้ถูกนิยามขึ้นโดย อาจารย์วรรณชัย วงษ์ตะลา อาจารย์สาขาวิชาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ผู้เขียนขอนำมาเรียบเรียงเขียนในเชิงวิชาการสักเล็กน้อยสำหรับผู้ที่สนใจในวงการพัฒนาสื่อในยุคประเทศไทย 4.0

FaceTicket เป็นเว็บแอปพลิเคชันที่อาจารย์วรรณชัย ได้พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ของการออกตั๋วให้กับนักท่องเที่ยวในโครงการทดลองรถไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ ซึ่งโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม หรือเรียกชื่อโครงการนี้สั้นๆ ว่า “รถมอมชมเมือง” ซึ่งปกติแล้วถ้านักท่องเที่ยวจะใช้บริการรถมอมชมเมือง ก็ต้องมี ตั๋ว ก่อนถึงจะขึ้นได้

Wikipedia ได้ให้นิยามความหมายไว้ว่า “ตั๋ว” เกิดขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นใบสำคัญจ่ายที่แสดงสิทธิ์ในการเข้าไปในงานหรือประกอบการ เช่นที่ โรงหนัง, สวนสนุก หรือสถานที่ท่องเที่ยว หรือใช้ในการเดินทาง เช่น ตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถประจำทาง หรือ ตั๋วรถไฟ โดยปกติแล้วตั๋วจะมีการเสียค่ายใช้จ่าย แต่บางครั้งก็อาจฟรี ตั๋วอาจไว้ใช้เป็นหลักฐานหรือใช้สำหรับการจอง ผู้เขียนอาจกล่าวได้ว่า ตั๋ว คือสิ่งที่ใช้ระบุตัวตนของผู้ถือตั๋วนั้นในการเข้ากระทำอย่างใดอย่างหนึ่งในพื้นที่อื่นโดยที่รายละเอียดเนื้อหาในตั๋วประกอบไปด้วยข้อมูลพื้นฐาน คือ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ เช่น  ชื่อตั๋ว สถานที่จัดงาน เวลา วันที่ เดือน ปี ราคาตั๋ว ขายเมื่อไหร่ ขายที่ไหน เป็นต้น และหน้าที่ของตั๋วจะหมดลงเมื่อผู้ใช้ได้รับการยืนยันตัวตนและได้ใช้สิทธิของตนในงานหรือกิจกรรมนั้น ๆ โดยสมบูรณ์แล้วนั่นเอง

ตั๋วในยุคก่อนก็จะเป็นตั๋วกระดาษและถูกพัฒนาขึ้นเป็นตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) คือตั๋วที่พัฒนาขึ้นสำหรับบริการในยุคสังคมอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้ระบบเครือข่ายเข้ามาช่วยสนับสนุนเพื่อลดต้นทุนและขจัดปัญหาด้านต่าง ๆ ในการเดินทางให้ลดลงมากที่สุด ทั้งปัญหาที่เกิดจากผู้ซื้อตั๋ว ปัญหาที่เกิดจากผู้จำหน่ายตั๋ว ทำให้ผู้ซื้อตั๋วได้รับความสะดวกสบาย รวดเร็ว และบริการที่ทันสมัยเพื่อความพึงพอใจของผู้ซื้อ

โดยปกติแล้วเมื่อมีการจองตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเว็บไซต์ทางผู้ขายก็จะส่งตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ไปยังอีเมล ผู้ซื้อสามารถสั่งพิมพ์เอกสารนั้นออกมาเพื่อนำไประบุตัวตนตอนเข้าพื้นที่ได้เหมือนกับตั๋วโดยปกติ อย่างเช่นการจองตั๋วอิเล็กทรอนิกส์เครื่องบิน ถ้าเป็นการซื้อตั๋วเดินทางภายในประเทศกับสายการบิน ใช้เพียงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวประชาชนเท่านั้นในการระบุตัวตนตอน check-in เพราะข้อมูลการซื้อ E -Ticket จะถูกบันทึกอยู่ในระบบสำรองที่นั่ง ของทางสายการบินนั้นเรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนในการซื้อตั๋ว FaceTicket คือ ในขั้นตอนแรกนั้นนักท่องเที่ยวหรือผู้ซื้อตั๋วต้องมีโทรศัพท์มือถือและมีโปรแกรมอ่านคิวอาร์โค้ด(ซึ่งในปัจจุบันมีทั่วไป เช่นในโปรแกรม line ที่เราใช้อยู่ก็มีติดมาให้ใช้อยู่แล้ว) เมื่อหาโปรแกรมอ่านคิวอาร์โค้ดได้แล้วก็ทำการสแกนคิวอาร์โค้ดที่ทางโครงการเตรียมไว้ให้ ซึ่งก็จะเห็นปรากฏในแผ่นโบรชัวร์หรือบนแผ่นโฆษณา เพื่อเข้าไปสู่เว็บแอพพลิเคชั่น ให้เลือกวันที่จะใช้บริการ ระบุจำนวนผู้โดยสาร เลือกภาพหรือถ่ายภาพของตนเองคือผู้โดยสารที่จะใช้บริการเท่านั้นเพราะหากภาพไม่ตรงกับผู้ใช้ก็จะไม่สามารถขึ้นรถได้ ต่อมาให้กรอกอีเมลที่จะให้ส่งตั๋วไป จากนั้นให้ผู้ซื้อตรวจสอบความถูกต้องของวันที่ ที่จะใช้บริการรวมถึงอีเมลและรูปภาพก่อนกดชำระเงิน ในขั้นตอนสุดท้าย ภาพจาก FaceTicket จะถูกส่งไปที่อีเมลของผู้ซื้อ หรือจะใช้วิธีแคปเจอร์ภาพตั๋ว FaceTicket เพื่อนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อจะขึ้นรถมอมชมเมือง ก็เสร็จกระบวนการโดยสมบูรณ์นั้นเอง

จะเห็นได้ว่า FaceTicket นี้ก็ยังทำหน้าหลักของระบบออกตั๋ว คือการเป็นตัวกลางที่ใช้บ่งบอกสิทธิ์ในการเข้าไปใช้บริการรถนำเที่ยว เพียงแต่ขั้นตอนในการตรวจสอบสิทธิ์ FaceTicket จะใช้ภาพถ่ายใบหน้าของผู้ซื้อเป็นตัวตรวจสอบสิทธิ์แทนนั่นเอง สิ่งที่น่าสนใจคือทั้งระบบจะไม่มีกระดาษเข้ามาเกี่ยวข้องเลย ทำให้สามารถลดต้นทุนได้เป็นอย่างมาก รวมไปถึงผลพลอยได้ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ซื้อมีความประทับใจสุดๆ คือนักท่องเที่ยวสามารถเก็บภาพตัวเองกับกรอบรูป ticket สวยๆ เป็นที่ระลึกส่งภาพแชร์ให้กับคนอื่นว่าได้เคยมาเที่ยวที่เชียงใหม่แล้วได้อย่างน่าประทับใจ เป็นการเข้าถึงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวสมัยใหม่ที่ต้องการความเป็นเอกลักษณ์(Unique) ได้อย่างลงตัว

FaceTicket คือ startup ไหมนั้นก็ตอบได้เลยว่านี่คือ startup อนาคตไกลตัวหนึ่ง ซึ่งจะเป็น startup ได้อย่างไรนั้นลองมาไล่เรียงดูนะครับว่า ในประการแรก เป็นการแก้ปัญหามวลชนด้วยโมเดลธุรกิจใหม่ไหม (Solve mass problem with new Business Model) FaceTicket เกิดจากความต้องการจริงจากความเจ็บปวดของการเข้าถึงตั๋วบริการที่จำเป็นต้องไปซื้อยังสถานที่ขายตั๋วซึ่งก็มีข้อจำกัดเรื่องเวลาในการจำหน่ายตั๋ว แต่ FaceTicket นั้นผู้ซื้อสามารถออกตั๋วได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่และยังมีลูกเล่นในการใช้ใบหน้าของตนเองเป็นใบเบิกทางระบุสิทธิ์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันอยู่แล้ว ถ้าจะถามว่าใครไม่เคยเซลฟี่คงจะไม่มี ประการที่สอง ได้ใช้เทคโนโลยีหรือวิธีการใดในการขับเคลื่อนระบบ (Use technology (Algorithm) to automate) FaceTicket ยังขยายต่อไปยังแหล่งสถานบริการ สถานที่ท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องใช้ตั๋วในการระบุสิทธิ์ในการเข้าชม เช่น สวนสัตว์ ไนท์ซาฟารี พืชสวนโลก สปา หรือกิจกรรมงานคอนเสิร์ตต่าง ๆ ซึ่งก็จะใช้โมเดลในการจับคู่ระหว่างนักท่องเที่ยวและแหล่งสถานที่ให้บริการนั่นเองโดยจะใช้วิธีการในการแบบ สะสมแต้ม และ การมีส่วนลดให้กับตั๋วที่จองตามโปรโมชั่น (ที่วิเคราะห์ได้จากข้อมูลการทำธุรกรรมออกตั๋วนั่นเอง) สุดท้ายคือ FaceTicket เป็นแพทฟอร์มที่สามารถขยายตัว (Scalable and Duplicable) ได้โดยไม่มีจำกัดทั้งในจำนวนผู้ซื้อและผู้บริการตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ จึงเป็น startup สายพันธ์ไทยที่น่าจับตามองอีกตัวหนึ่งในยุคประเทศไทย 4.0

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วีระพันธ์ จันทร์หอม


payment